ทัวร์ส่วนตัวยุโรป เยอรมัน-ฝรั่งเศส (Classic of Germany-France) 10 วัน 9 คืน

       

ทัวร์ส่วนตัวยุโรป พาเที่ยวเยอรมันและฝรั่งเศส สวยทุกเมือง เริ่มต้นทริปที่แฟรงเฟิร์ต จบทริปที่ปารีส ได้เที่ยวเมืองสวยเมืองน่ารัก ๆ หลายเมือง เต็มอิ่ม หลายบรรยากาศ
       
       ทัวร์ส่วนตัวยุโรป เยอรมัน-ฝรั่งเศส (Classic of Germany-France) 10 วัน 9 คืน
       Day 1 - Frankfurt - Rhine Valley - Rudesheim am Rhein
       Day 2 - Heidelberg
       Day 3 - Stuttgart - Strasbourg
       Day 4 - Eguisheim - Colmar - Riquewihr
       Day 5 - Dijon - Lyon
       Day 6 - Paris, France
       Day 7 - Paris, France
       Day 8 - Mont Saint-Michel - Saint Malo
       Day 9 - Chartres
       Day 10 - Charles de Gaulle Airport
       
       การจองตั๋วเครื่องบิน
       กรุงเทพ - แฟรงเฟิร์ต
       ปารีส - กรุงเทพ
       
       
       
       1 Frankfurt - Rhine Valley - Rudesheim am Rhein


       รับท่าน ณ เกตทางออกสนามบิน ช่วงเช้าพาเที่ยวแฟรงเฟิร์ต เมืองที่ได้รับการพัฒนาจนกลายมาเป็นเมืองนานาชาติ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเป็นเสมือนเส้นตัดกันของถนน รถไฟ และเครื่องบินที่สำคัญๆ เป็นที่ตั้งของโลกทางด้านเศรษฐกิจ ตึกสูงระฟ้าที่มีธนาคารต่างชาติ และสถาบันการเงินต่างๆตั้งอยู่ อาทิ ธนาคารบุนเดส สถาบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศเยอรมนี รวมไปถึงสถาบันทางการเงินชั้นแนวหน้ามากมาย
       
       จัตุรัสรือเมอร์ (ROMERBERG) ย่านใจกลางเมืองเก่า อันเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (THE ROMER) ศิลปะแบบโกธิคที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปี1405 ตรงกันข้ามกับศาลาว่าการเมือง
       
       ชมโบสถ์เซนต์พอล และวิหารใหญ่ประจำเมือง ชมอาคารกึ่งไม้ซุงอันงดงามแบบฟาคแวร์กเฮ้าส์ที่เรียกว่า “ออสไซเล่อ” (OSTZEILE) ที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่โดยสามารถรักษารายละเอียดของอาคารดั้งเดิมที่เคยถูกทำลายหมดสิ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้ทุกรายละเอียด
       
       ถ่ายภาพความสวยงามของน้ำพุแห่งความยุติธรรม (GERECHTIGKEITSBRUNNEN) ที่ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่กลางลาน
       
       ได้เวลาอันสมควร อิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายบริเวณถนนสายช้อปปิ้ง ย่านถนนซายล์ (ZEIL) ถนนสายช้อปปิ้งที่ยาวที่สุดของประเทศเยอรมนีที่เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมาย
       
       จากนั้น เดินทางไปยังแถบลุ่มแม่น้ำไรน์ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Koblenz ถึงเมือง Bingen รวมระยะทาง 65 กม. ถือเป็นพื้นที่มรดกโลก (Rhine Gorge World Heritage)
       
       ค้างคืน Rudesheim am Rhein ตัวอย่างโรงแรม Hotel Lindenwirt ***
       
       
       
       2 Heidelberg


       เดินทางไปเมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) เป็นเมืองเก่าแก่ อายุกว่า 600 ปี และมหาวิทยาลัยไฮเดลแบร์กมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ (หากต้องการพาแวะชม) และเป็นเมืองที่ทรงพระราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 8 ณ โรงพยาบาลเฟราเอน (Frauenklinik) เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468
       
       เป็นเมืองที่แสดงความเป็นตัวตนของความเป็นเยอรมันโรแมนติกได้ดีที่สุด ตั้งอยู่บนชายป่าโอเดนวาลด์ (ODENWALD MOUNTAIN CHAIN) ที่ซึ่งแม่น้ำเนคการ์ (NECKAR RIVER) ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำไรน์ (RHINE RIVER) ตัวเมืองตั้งเด่นเป็นตระง่านอยู่บนเนินริมฝั่งแม่น้ำ ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ของโกธิคสมัยกลาง และเคยถูกกองทัพฝรั่งเศสบุกเข้าทำลายเมื่อปีค.ศ 1689 และในปีค.ศ 1693
       
       พาชมสะพาน ฝั่งแม่น้ำเนคค่า (Neckar) และข้ามไปเขตเมืองเก่าที่สวยงาม ขึ้นรถรางไปยังปราสาทประจำเมือง ที่นี่มีถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก วิวบนปราสาทมองลงมาด้านล่าง จะเห็นเมืองเป็นสีน้ำตาล คนเยอรมันชมว่าเป็นวิวเมืองที่งามที่สุดในเยอรมัน
       
       ปราสาทไฮเดลเบิร์ก (HEIDELBERG CASTLE) ซึ่งในอดีตเป็นป้อมปราการ และต่อมาได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นปราสาทเมื่อปี ค.ศ. 1544 แม้ปราสาทแห่งนี้จะเคยถูกเผาและทำลายไปบ้างในสมัยสงคราม และก็ยังคงสภาพความสวยงามอยู่เหนือแม่น้ำเนคการ์ได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ อิสระให้ท่านตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของปราสาท ถ่ายภาพความงดงาม พร้อมชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำ และเมืองไฮเดลเบิร์ก
       อิสระให้ชอปปิ้ง และรับประทานอาหารเย็น เช็คอิน
       
       ค้างคืน เมืองไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg) : ตัวอย่างโรงแรม Exzellenz ***
       
       
       
       3 Stuttgart - Strasbourg


       เดินทางไปเมืองสตุทการ์ด (Stuttgart) พาชอปปิ้ง Shopping Outlet Brandname ซึ่งอยู่นอกเมือง Outletcity Metzingen มีแบรนด์ที่คนไทยชอบมากมาย ถือเป็นเอ้าท์เล็ตแห่งหนึ่งในยุโรป ที่ของเยอะมาก และลดเยอะจริงๆ
       
       จากนั้นเดินทางไปฝั่งประเทศฝรั่งเศส ที่เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) ระยะทาง 60 กม. เมืองหลวงของแคว้นอัลซาส (Alsace) ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำไรน์ บนพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนี
       
       แคว้นอัลซาส (Alsace) นี้เป็นอีกหนึ่งแคว้นของฝรั่งเศส ที่หลายคนต่างร่ำลือกันว่า เป็นแคว้นที่ยังคงรักษาวัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่นเอาไว้เป็นอย่างดี ดินแดนที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตและความเป็นอยู่แบบเก่า รวมไปถึงเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงเป็นสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ที่มีความสวยงามไม่เปลี่ยนแปลง
       
       เมืองสตราสบูร์ก ได้รับเลือกเป็นเมืองหลวงของสหภาพยุโรป หากต้องการพาถ่ายภาพกับอาคาร Palais de l'Europe was ที่สร้างในปี 1972 - 1977 ซึ่งเป็นที่ประชุมของสมาชิกสภาสหภาพยุโรป เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็น “หัวใจของยุโรป” เดินเล่นชมย่านเมืองเก่าที่เรียกว่า LA PETITE FRANCE ชมด้านในมหาวิหารนอทเทรอดามที่ยิ่งใหญ่ และเมืองเก่าโดยรอบ
       
       ช้อปปิ้ง ณ ห้างแกลเลอรี่ลาฟาแยต (Galleries Lafayette) ห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียง และใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส เป็นห้างเก่าแก่อยู่คู่ฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1893 มีสาขากระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ มีสินค้าแบรนด์เนม ให้เลือกซื้อหาหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าระดับ HIGH END เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน น้ำหอม ไปจนถึงไวน์ชื่อดังของฝรั่งเศส
       
       ค้างคืน เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) : ตัวอย่างโรงแรม Ibis Strasbourg Centre Historique ***
       
       
       
       4 Eguisheim - Colmar - Riquewihr


       วันนี้แวะชมหมู่บ้านเล็กๆ น่ารักหลายแห่ง แห่งแคว้นอัลซาส เป็นแคว้นไร่ไวน์ชื่อดังแห่งฝรั่งเศสระยะทางรวมแค่ 100 กม.
       
       หมู่บ้านอองกีเชม (EGUISHEIM) หมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส” รวมทั้งเป็นหนึ่งในเส้นทางการชิมไวน์ทางตะวันออกของประเทศ ชมหมู่ดอกไม้หลากสีสันที่ออกดอกชูช่อตามระเบียงบ้าน
       
       เมืองกอลมาร์ (COLMAR) เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกัน จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก จนได้รับการขนานนามว่า ลิตเติ้ลเวนิซ เพราะมีคลองน้ำไหลผ่าน เป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆของประเทศฝรั่งเศส มีบ้านเรือนแบบที่เรียกว่า Colombage (ฝรั่งเศส) หรือ Fachwerkhaus (เยอรมัน) เป็นบ้านครึ่งไม้ซุง บ้านจะขึ้นโครงบ้านด้วยไม้ทั้งหลังรวมทั้งหลังคาก่อน จากนั้นก็จะโบกปูนระหว่างช่องไม้แล้วทาทับด้วยสีสันสวยงามตามใจเจ้าของบ้าน
       
       หมู่บ้านริควีร์ (Riquewihr) ตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นอัลซาส และเป็น หมู่บ้านที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส เดินเล่นไปบนถนนสายหลัก Rue Charles de Gaulle
       
       เมืองอื่นๆ หากมีเวลา ท่านเพิ่มได้ตามชอบ เพราะมีเมืองเล็กน่ารักๆ มากมาย
       
       ค้างคืน เมือง Riquewihr ตัวอย่างโรงแรม Best Western Le Schoenenbourg ***
       
       
       
       5 Dijon - Lyon, France


       วันนี้เดินทางมากหน่อย เที่ยว 2 เมือง เมืองแรกคือเมือง Dijon ตั้งอยู่ค่อนไปทางทิศตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส อยู่ห่างจากปารีสประมาณ 315 กิโลเมตร มีชื่อเสียงด้านมัสตาร์ดและไวน์
       
       เมืองนี้น่ารัก มีจุดเด่นตรงที่ในตัวเมืองจะมีคุณนกฮูกทองเหลืองฝังอยู่ทางเดินเท้าเพื่อนำเราไปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เวลาเที่ยวก็ง่ายแค่ตามน้องนกฮูกตัวน้อยไปเท่านั้นเอง การใช้สัญลักษณ์นกฮูกเริ่มจากโบสถ์ Notre Dame de Dijon ที่ด้านซ้ายโบสถ์จะมีการแกะสลักรูปนกฮูกเอาไว้ ซึ่งมีความเชื่อว่าถ้าใครเอามือไปถูก็จะพบกับความโชคดี เริ่มเที่ยวจาก โบสถ์ Notre Dame de Dijon เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก ซึ่งถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมยุคโกธิคในศตวรรษที่ 13 ชม Porte Guillaume (Guillaume Gate) ที่ Darcy Square คล้ายประตูชัยที่ปารีส ชม พระราชวังของดยุคเบอกันดี (Palace of the Dukes of Burgundy) และ พิพิธภัณฑ์ศิลปะของเมืองดิฌง (Museum of Fine Arts in Dijon) อยู่ข้างๆพระราชวังของดยุคเบอกันดี
       
       จากนั้นในช่วงบ่ายเดินทางไปเที่ยวเมือง Lyon ที่อยู่ห่างออกไป 2 ชั่วโมง Lyon เป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของฝรั่งเศส ชมจัตุรัสประจำเมืองอันกว้างใหญ่ จากนั้นเดินข้ามเข้าไปเที่ยวเขตเมืองเก่า ชมโบสถ์ประจำเมือง ชม Roman theatre โรงละครเก่าโบราณ สร้างมาหลายร้อยปีแล้ว แต่ได้รับการบูรณะใหม่ และยังเปิดการแสดงหลายอย่างอยู่จนถึงปัจจุบัน
       
       ค้างคืน เมือง Lyon ตัวอย่างโรงแรม Campanile Lyon Gare Perrache Confluence ***
       
       
       
       6 Paris, France


       วันนี้พาเที่ยวปารีส เมืองสวยและโรแมนติคที่สุดในยุโรป พาเที่ยวครบไฮไลต์ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ (Musee du Louvre) ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ชม Jardin des Tuileries ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังตุยเลอรีส์ และตรงกันข้ามของ Jardin des Tuileries คือ Musee d'Orsay ซึ่งเคยเป็นสถานีรถไฟเก่ามาก่อน ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว
       
       ชมหอไอเฟล (Eiffel Tower) สัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักกันดีของปารีส ชมภาพโมน่าลิซ่าของจริง และรูปปั้นวีนัส ชม Place de la Concorde เป็นจัตุรัสใหญ่กลางกรุงปารีสที่เคยเป็นสถานที่ประหารชีวิตคนจำนวนมากมายรวมถึงพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวแนตต์ ส่วนเสา Obelisk ว่ากันว่ารัฐบาลอียิปต์มอบให้เป็นของขวัญกับประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1893
       
       ชมประตูชัย Arc de Triomphe เดินขึ้นบันได 284 ขั้นเพื่อขึ้นไปด้านบนสุดของประตูชัย จะได้เห็นถนน Champs-Slyses, หอไอเฟล, La Defense คุ้มค่าแก่การเดินขึ้น ชมมหาวิหาร Notre Dame ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเหนือแม่น้ำแซน (River Seine)
       
       ชอปปิงสินค้าแบรนด์เนมบนถนน Champs- Elysees เป็นแหล่งที่ชาวปารีสมารับประทานอาหาร ชอปปิง ดูละครหากต้องการ
       
       ค้างคืน Paris : ตัวอย่างโรงแรม Mercure Paris Bastille Marais ***
       
       
       
       7 Paris


       ช่วงเช้า นั่งรถไปชมพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) ที่ตั้งอยู่ชานเมืองปารีส เป็นพระราชวังที่ประทับที่สมบูรณ์แบบ โดยพระราชวังใหญ่โตสวยงามแห่งนี้สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวพระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี 1979 จากองค์การยูเนสโก
       
       ชมมหาวิหาร Sacre-Coeur Basilica (The Basilica of the Sacred Heart of Paris) สถานที่ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “หัวใจอันศักดิ์สิทธิ์ของปารีส” จุดท่องเที่ยวยอดฮิต ทางตอนเหนือ ตั้งอยู่บนยอดเนินเขามงมาร์ต (La butte Montmartre)
       
       ตอนบ่ายหากต้องการ พานั่งรถออกไปนอกเมือง ไปชมเมือง Giverny เพื่อชมบ้านโมเน่ ศิลปินชื่อดังของฝรั่งเศส โดยเมือง Giverny คือชื่อเมืองเล็ก ๆ ที่มีบ้านโมเน่ตั้งอยู่ โดย Claude Monet ได้ค้นพบทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองนี้ในปี ค.ศ. 1883 ผ่านทางหน้าต่างรถไฟ ซึ่งปัจจุบันเส้นทางรถไฟนี้ไม่ได้ใช้แล้ว เขาตัดสินใจมาเช่าบ้านและสวนแห่งนี้เป็นที่พักอาศัยในปี ค.ศ. 1890 แล้วทำการปรับปรุงตกแต่งใหม่ทั้งหมดในปี 1966 ปัจจุบันบ้านและสวนของ Monet นี้ ให้อยู่ในความดูแลของ Academie des Beaux-Arts ซึ่งได้ทำการปรับปรุงซ่อมแซมกลายมาเป็น Claude Monet foundation ทำการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา
       
       ค้างคืน Paris : ตัวอย่างโรงแรม Mercure Paris Bastille Marais ***
       
       
       
       8 Mont Saint-Michel - Saint Malo


       ออกเดินทางไปชมมหาวิหาร Le Mont Saint Michel สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นมรดกโลก Mont Saint-Michel เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือนมากที่สุดนอกกรุงปารีส มหาวิหารแซงมิเชล กินเนื้อที่ประมาณ 1 กิโลเมตรโดยรอบ เป็นเกาะหินสูง 80 เมตร มีอาคารยุคศตวรรษที่11-16 อยู่ด้านล่าง สร้างโดยบิชอป St.Aubert ตั้งแต่ปี 708 ท่านอยากให้แซงมิเชลเป็นสถานที่แสวงบุญที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส โดยแรกเริ่มเป็นโบสถ์ยุคก่อนโรมาเนสก์ได้ถูกสร้างขึ้นกว่า 1,000 ปีก่อน และได้ถูกต่อเติมมาหลายยุคหลายสมัยจนมาสิ้นสุดการก่อสร้างในศตวรรษที่18 และที่นี่เคยถูกใช้เป็นเป็นคุกในช่วงปฏิวัติด้วย หลังจากนั้นมหาวิหารแห่งนี้ตกเป็นของอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ในปี 1874 และเปิดให้สาธารณชนเข้าชม ซึ่งทางเชื่อมต่อกับอ่าวสร้างในปี 1879
       
       จากนั้น นำท่านสู่เมือง Saint Malo และค้างคืนที่นี่
       
       ค้างคืน เมือง Saint Malo ตัวอย่างโรงแรม Hotel Eden ***
       
       
       
       9 Chartres


       ออกเดินทางจากเมือง Saint Malo ไปยังเมือง Chartres ระยะทาง 336 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 15 นาที ระหว่างทางแวะชม Chateau de Combourg เป็นปราสาทยุคกลางตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ติดกับ Lac Tranquille ซึ่งเป็นทะเลสาบที่เงียบสงบของแคว้นบริตตานี จากนั้นนำท่านสู่เมือง Chartres ชมมรดกโลก Cathedral of Our Lady of Chartres (Cathedrale de Chartres / Chartres Cathedral) มหาวิหารนี้เป็นต้นแบบของมหาวิหารสไตล์กอธิคที่ยิ่งใหญ่ มหาวิหารแห่งนี้ถือได้ว่าเป็น masterpiece ในความอัจฉริยะและสร้างสรรค์ของมนุษย์
       
       ค้างคืน เมือง Chartres ตัวอย่างโรงแรม Logis L'Oree de Chartres - Barjouville ***
       
       
       
       10 Charles de Gaulle Airport, Paris
       
       หลังอาหารเช้าพาท่านออกเดินทางสู่สนามบิน Charles de Gaulle Airport เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯ หากวันนี้ไฟลต์บินดึก ท่านสามารถเที่ยวชมปารีสต่อเพิ่มอีก 1 วันได้
       
       
       ราคา
       เดินทาง 4 ท่าน ท่านละ 93,700 บาท
       เดินทาง 5 ท่าน ท่านละ 75,000 บาท
       เดินทาง 6-8 ท่าน ท่านละ 62,600 บาท
       เดินทาง 9-11 ท่าน ท่านละ 67,600 บาท
       เดินทาง 12 ท่าน ท่านละ 62,600 บาท
       เดินทาง 13 ท่านขึ้นไป ท่านละ 61,100 บาท


       ราคารวม

  1. รถนำเที่ยว
  2. ที่พักพร้อมอาหารเช้า จำนวน 9 คืน ราคาไม่เกินคืนละ 100 ยูโร ต่อห้องคู่ หากต้องการอัพเกรด จ่ายเพิ่มเองตามจริง
  3. ค่าประกันการเดินทางแบบกลุ่ม


       ราคาไม่รวม

  1. อาหารเที่ยงและเย็น จ่ายหน้างานเองตามจริง
  2. ค่ายกกระเป๋า ณ โรงแรมที่พัก
  3. ค่าวีซ่า
  4. ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
  5. ทิปสำหรับคนรถ วันละ 40 ยูโร/คณะ หรือกรุ๊ปละ 400 euro
  6. ทิปสำหรับไกด์ วันละ 40 ยูโร/ค400 euro
  7. ตั๋วท่องเที่ยว จ่ายหน้างานเองตามจริง และจ่ายให้ไกด์ด้วย
  8. อื่น ๆ ที่ไม่เขียนว่ารวม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3%


       การจ่ายเงิน

  1. มัดจําค่าบริการจัดหาทัวร์ตามรายการดังกล่าว ท่านละ 5,000 บาท + VAT 7% 350 บาท = 5,350 บาท (ยกเลิกทริป ไม่คืน) - โอนเข้าบัญชีไทยเป็นเงินบาท - Bank Name : CIMB Thai Bank Public Company LTD. Account Name : See You Again Co.,LTD Account No. : 70-0827425-5
  2. หลังวีซ่าออกแล้ว ก่อนเดินทางอย่างน้อย 21 วัน ท่านละ …45,000... บาท จ่ายเป็นเงินสดยูโร เรต super rich ให้บริษัททัวร์ที่เมืองนอกเลยโดยตรง (ยกเลิกทริป ไม่คืน)
  3. วันที่ 2 ของทัวร์หลังจากเราไปรับท่านแล้ว จ่ายที่เหลือ งวดสุดท้าย เป็นเงินสดยูโร เรต super rich ให้บริษัททัวร์ที่เมืองนอกเลยโดยตรง (ยกเลิกทริป ไม่คืน)
  4. ที่เหลือ อื่นๆ เพิ่มเติมพิเศษระหว่างทริป จ่ายหลังจากเสร็จทริปแล้ว ภายใน 7 วัน (ยกเลิกทริป ไม่คืน)